ประเทศคูเวตเป็นประเทศไม่ใหญ่ มีเนื้อที่ 17,818 ตารางกิโลเมตร ประชากรประมาณ 2.6 ล้านคน เมืองหลวง ชื่อ คูเวตซิตี้ ผู้คนจะมีรูปร่างสูงใหญ่ แต่งกายด้วยชุดสีขาว มีผ้าโพกหัว ผู้หญิงแต่งกายด้วยชุดสีดำ คลุมหน้าเวลาออกนอกบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ชายจะดูดีและฉลาดมาก ภาษาอังกฤษดี ส่วนใหญ่เรียนจบจากต่างประเทศ การสื่อสารในคูเวตทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ คนทำงานระดับบริหารส่วนใหญ่จะเป็นคนอาหรับ อาทิ อียิปต์ ภาคบริการจะเป็นภาคที่มีชาวเอเชียเข้ามาทำงานกันมาก ทั้งนี้รวมชาวไทยด้วย สำหรับชาวคูเวตนั้นส่วนใหญ่จะดูแลในส่วนบริหารกับนโยบายเป็นหลัก ชีวิตความเป็นอยู่ที่นี่ ค่าครองชีพค่อนข้างสูง ผู้คนจะเดินทางกันโดยรถยนต์ หรือใช้บริการรถแท็กซี่ ไม่เห็นมีรถประจำทาง รถยนต์ทีนี่จะมี่แต่ยี่ห้อแพงๆ เครื่องแรงๆ วิ่งกันโดยใช้ความเร็วค่อนข้างมากหากถนนโล่ง รถยนต์คันไหนที่ชาวคูเวตเป็นผู้ขับเอง ตำรวจจะไม่ค่อยยุ่ง ราคาน้ำมันในขณะที่ผมอยู่ที่นั่นลิตรละ 7 บาทกว่า น่าอิจฉานะครับ อากาศที่นี่หน้าร้อนจะร้อนแห้งตามประสาเมืองทะเลทราย ผู้คนส่วนใหญ่จะอยู่ในห้องแอร์กันหมด หน้าหนาวเห็นว่าหนาวพอสมควร แต่ผมยังไม่เคยสัมผัสเลยเล่าไม่ถูก
ภาพรวมของการจับคู่ธุรกิจนั้นจะมีการเจรจากับสภาหอการค้าคูเวตค่อนข้างเป็นทางการ ชาวคูเวตจะไม่ค่อยเป็นผู้เจรจาเอง แต่จะให้ลูกน้องในฝ่ายบริหารที่เป็นชาวอาหรับชาติอื่นๆ มาเจรจาให้ก่อน หากสนใจจึงจะมีโอกาสได้เจอเจ้าของกิจการ เที่ยงนี้ก็มีผู้บริหารของบริษัทที่ผลิตมันฝรั่งแผ่นที่ใหญ่ที่สุดในคูเวตมาพบผม คุยกันได้สักครู่ก็พาไปพบเจ้าของ ชาวคูเวตเป็นชาติที่ให้การต้อนรับดีมาก เวลาไปเยี่ยมชมกิจการอะไรเจ้าของก็จะมารับส่งถึงประตูบริษัท บรรยากาศการเจรจาการค้าก็จะคุยกันเป็นการเป็นงาน ไม่ค่อยคุยไปหัวเราะไปเหมือนชาวเอเชียโดยเฉพาะชาวไทยอย่างมากก็แค่ยิ้ม อาหารการกินที่นี่ก็มีหลากหลาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็น แฟรนไชส์มาจากอเมริกาและยุโรป นอกจากอาหารแล้ว ธุรกิจอื่นที่อยู่ในภาคการบริการ ก็สดใสอย่างเช่น สปา ซาลอนของผู้หญิง เพราะคนมีเงินมากก็อยากจะหาทางใช้เงินไปในเรื่องของความสะดวกสบายของตัวเอง ยกตัวอย่าง โรงพยาบาล ROYALE HAYAT ที่คณะแวะไปเยี่ยมชมครั้งนี้เป็นโรงพยาบาลสำหรับการคลอดบุตรเพียงอย่างเดียว หรูหราเหมือนโรงแรมห้าดาวมากกว่า ค่าคลอดบุตรก็ตั้งแต่หลักหลักแสนถึงหลายๆ แสน ที่นี่นำเอาการบริการและบรรยากาศจากไทยเข้าไปไว้ค่อนข้างมาก
มีพนักงานตีขิม บริเวณล็อบบี้จะมีกลิ่นที่เป็นกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมของไทย มี สปา ยกทั้งคอนเซ็ปต์มาจาก โรงแรม BANYAN TREE มีชาวไทยเป็นพนักงานบริการหลายคน คุยแล้วทุกคนก็มีความสุข มีรายได้ดี นี่คือจุดแข็งของไทยในเรื่องของ Hospitality ที่คนอื่นเห็นนานแล้ว และเราต้องดึงออกมาและนำไปต่อยอดให้ได้ นี่ก็เป็นมุมมองของผมกับการไปประเทศคูเวตในคราวนี้ พบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีครับ |