สวัสดีครับ เห็นมาก็ว่าไปคราวนี้ ขอพาไปใกล้หน่อยนะครับ ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในกลุ่มอาเซียน คือ อินโดนีเซีย มีประชากรถึง 240 ล้านคน มีเกาะใหญ่น้อยกว่า 17,508 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุด คือ เกาะชวา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย คือ จาการ์ตา และเมืองขนาดใหญ่เป็นอันดับสองทั้งในด้านของพื้นที่ ประชากรและเศรษฐกิจ คือสุราบายา ซึ่ง ก็อยู่บนเกาะนี้โดยจาการ์ตาตั้งอยู่ทางตะวันตก ในขณะที่สุราบายาอยู่ทางตะวันออกของเกาะใกล้กับเกาะบาหลี ที่คนไทยรู้จักกันดี อินโดนีเซียเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา นางฮิลลารี คลินตันเพิ่งมาเยือนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ประเทศนี้เป็นประเทศที่ประธานาธิบดีโอบามาเคยตามแม่ที่แต่งงานใหม่กับชาวอินโดมาอยู่ตอนเด็กๆ และเรียนหนังสือที่นี่ ก่อนจะกลับไปสหรัฐอเมริกาในภายหลัง ฉะนั้นโลกคงจับจ้องอินโดนีเซียอยู่พอสมควร
|
ผมเคยไปอินโดนีเซียครั้งแรกเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วสมัยทำทัวร์ เมืองที่ไปคราวนั้น คือ จาการ์ต้า และบาหลี และ 2-3 ปีหลังไปค่อนข้างบ่อย ปีละ 2-3 ครั้ง มีเพื่อนชาวอินโดนีเซียหลายคน ส่วนใหญ่จะมีเชื้อจีน ที่อินโดนีเซียก็คล้ายคลึงกับประเทศไทย ที่มีชาวจีนอพยพไปตั้งรกราก ส่วนใหญ่จะมีอาชีพค้าขาย เศรษฐกิจส่วนใหญ่จะอยู่ในมือของชาวจีน
จาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย คล้ายคลึงกับประเทศไทยที่มีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง ทุกสิ่งทุกอย่างของประเทศก็จะมากระจุกอยู่ที่เมืองหลวง เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วที่ไปจาการ์ตา แลดูบ้านเมืองจะล้าหลังกว่ากรุงเทพฯมาก ตึกส่วนใหญ่จะเป็นตึกเก่าๆีตึกสไตล์ยุโรปอยู่มากพอสมควรจากการเป็นเมืองขึ้น
|

ความใหญ่โตของ Mall ในจาการ์ต้า |

สถานีรถเมล์ด่วน
|
วันนี้ จาการ์ตาที่มีประชากรมากกว่า 10 ล้านคนเปลี่ยนไปเยอะ รถค่อนข้างติดเนื่องจากยังไม่มีระบบขนส่งมวลชนที่ใช้รางอย่างรถไฟใต้ดิน หรือรถไฟลอยฟ้า จะมีก็แต่ทางด่วนพิเศษสำหรับรถเมล์ประจำทางที่เรากำลังสร้างเลียนแบบอยู่ ซึ่งคงแก้ปัญหารถติดไม่ได้เช่นกัน ที่นี่เปรียบเสมือน 2 โลกในดินแดนเดียวกัน ชนชั้นกลางมีน้อย คนที่มีก็มีไปเลย คนเหล่านี้จะไม่เดินตามถนน เนื่องจากจะอันตรายมาก จะใช้รถที่มีพนักงานขับรถตามรับ-ส่ง ครอบครัวไหนมีลูกก็ต้องมีพี่เลี้ยงเด็กที่ติดตามดูแลตลอดเวลา พี่เลี้ยง 1 คนต่อเด็ก 1 คน สถานที่ที่ชาวจาการ์ตาชอบไปกัน นอกจากที่ทำงานแล้วก็คือ Shopping Mall ต่าง ๆ ที่นี่มี Mall ใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกปี ใหญ่ ๆ ทั้งนั้น ประมาณ Siam Paragon ที่กรุงเทพ ฯ มีไม่ต่ำกว่า 20 แห่ง เศรษฐกิจของอินโดนีเซียโตขึ้นทุกปี GDP ในปี 2551 น่าจะอยู่ที่ 6% ที่นี่ตลาดใหญ่ ทำอะไรก็ได้ ผู้บริโภคตั้ง 200 กว่าล้านคนรออยู่แล้ว
|
ธุรกิจที่บ้านเรามี โดยเฉพาะ ภาคการบริการ ดูแล้วสดใสสำหรับที่นี่ แต่การมี Mall เกิดขึ้นก็ทำให้ตึกเก่า ๆ สไตล์ยุโรปหายไปเยอะ จากการสัมผัสกับเพื่อนชาวอินโดนีเซียที่มีเชื้อสายจีน พอจะบอกได้ว่า คนที่นี่ค่อนข้างจะเต็มที่กว่าคนบ้านเรา การดูแลต้อนรับตั้งแต่ลงเครื่องกระทั่งส่งกลับ ไม่มีตกหล่น และการที่เราเป็นคนไทยก็ดูจะเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจพอสมควร นักธุรกิจที่นี่จะมองหาโอกาสใหม่ ๆ อยู่เสมอ ประเด็นในการสนทนากันก็จะเป็นเรื่องธุรกิจ เศรษฐกิจ และการเมือง โดยเฉพาะการเมืองไทยเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจทีเดียว

บรรยากาศการฟัง presentation ระหว่างนักธุรกิจอินโดนีเซียกับนักธุรกิจไทย
ร้านค้าตาม Mall ต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นแฟรนไชส์จากสหรัฐอเมริกา สังเกตได้จากลูกค้าแน่นในทุกร้านที่มีชื่อเสียง อาหารการกินคนที่นี่กินอาหารได้หลากหลายเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ได้ โดยเฉพาะอาหารทางตะวันตก และ อาหารจีน อาหารไทยก็เริ่มได้รับความนิยมบ้างแล้ว ส่วนอาหารญี่ปุ่นไม่นิยมมากเท่าบ้านเรา อาหารพื้นเมืองของอินโดนีเซียจะแตกต่างกันตามภูมิประเทศ ไม่ค่อยเหมือนบ้านเราเท่าไหร่ คล้ายกับทางมาเลเซียมากกว่า เนื่องจากเป็นประเทศมุสลิมเหมือนกัน นิยมรับประทานไก่ หรือ AYAM กันทั้งเมือง อาหารจะออกไปทางน้ำขลุกขลิก มีผงกะหรี่บ้าง รสชาติไม่เผ็ด อร่อยพอสมควร บ้านเราก็มีร้านอาหารอินโดหลายที่ ลองดูนะครับ
|

ร้านอาหารไทยใน Food Court

Kidzania เมืองสำหรับเด็กที่ใช้ชีวิตเหมือนผู้ใหญ่
|

โถง Grand Indonesia Mall

อาหารพื้นบ้านอินโดนีเซียทำจากไก่ |
ตลาดอินโดนีเซียจึงเป็นตลาดใหม่ใน ASEAN ที่น่าสนใจสำหรับนักธุรกิจบ้านเรา เพียงแต่ต้องมีเพื่อนที่มี connection ที่ดี ใครสนใจจะเข้าตลาดใหญ่อย่างอินโดนีเซียก็ลองดูนะครับ นั่งเครื่องบินแค่ 3 ชั่วโมง นอกจาก TG กับ GARUDA แล้ว Low-cost airlines อย่าง Thai AirAsia ก็มีให้บริการ
โตสิต วิสาลเสสถ์ |