จีนที่เห็น
   เห็นมาก็ว่าไป
   ญี่ปุ่นที่เห็น
   คูเวตที่เห็น
   จอร์แดนที่เห็น
ํ   อินโดนีเซียที่เห็น
  รัสเซียที่เห็น
  ดูไบที่เห็น
 
  
   
   




 

 

 



“รัสเซียที่เห็น”

               

สวัสดีครับผู้อ่าน พูดถึงความสำเร็จแล้ว ก็ไม่ใช่ง่าย ๆ นะครับที่ใครตั้งใจอะไรไว้อย่างหนึ่งแล้วจะสำเร็จได้ง่าย ๆ อย่างที่คิด ต้องผ่านสุข ผ่านทุกข์มาเยอะ ยิ่งเป็นหน่วยใหญ่ ๆ อย่างประเทศยิ่งแล้วใหญ่ การมีภูมิประเทศที่ดี มีทรัพยากร มีประชากรเยอะ ก็ไม่ใช่คำตอบว่าจะสำเร็จได้เสมอไป ดูประเทศไทยเป็นตัวอย่างก็ได้ เห็นมาก็ว่าไปคราวนี้ ขอพาไปประเทศที่อดีตเคยยิ่งใหญ่และจะยิ่งใหญ่ขึ้นมากในอนาคตอันใกล้นี้อย่างรัสเซียนะครับ

เอ่ยถึงประเทศรัสเซีย ถ้าไม่ได้ติดตามข่าวคราวปัจจุบันมาก หลายคนน่าจะนึกถึงความเป็นพี่ใหญ่ของระบบคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่สมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 ไปเป็นระบอบสังคมนิยม เมื่อปี ค.ศ. 1917 โดยวลาดีมีร์ เลนิน นำคณะกรรมการกลางบอลเชวิกก่อการปฏิวัติสังคมนิยมครั้งใหญ่ โดยอุตสาหกรรมเป็นของรัฐและปฏิรูปการเกษตรขนาดใหญ่ ภายหลัง เลนิน สถาปนาสหภาพสาธารณรัฐโซเวียต โดยย้ายเมืองหลวงจาก ST. PETERSBURG กลับมาที่กรุง MOSCOW หลังเลนิน เสียชีวิต โจเซฟ สตาลินขึ้นกุมอำนาจ สถานการณ์ตึงเครียด มีการกวาดล้างสังหาร เนรเทศคนหลายล้านคนที่เป็นปฏิปักษ์ จนปี ค.ศ. 1985 มิคาอิล กอร์บาชอฟ เริ่มสงเสริมประชาธิปไตยจนลัทธิคอมมิวนิสต์ถึงจุดจบเมื่อปี ค.ศ. 1991 โซเวียตล่มสลายเกิดเป็นสหพันธ์สาธารณรัฐนำโดย โบริส เยลต์ซิน และ เปลี่ยนแปลงเป็นแบบเสรีนิยมมากขึ้น ในสมัยของวลาดีมีร์ปูติน ก็พอย่อๆ นะครับ สำหรับการเปลี่ยนแปลงของประเทศที่ยิ่งใหญ่อย่างรัสเซีย

 


คนรัสเซียเริ่มกลับมานับถือศาสนาคริสต์ออร์โทด็อกซ์หลังโซเวียตล่มสลาย

 

ไปรัสเซียเมื่อเดือนกันยายน 2009 เที่ยวนี้หลังจากที่เคยไปมาครั้งเดียวก่อนโซเวียตล่มสลายเมื่อปี ค.ศ. 1990 ผิดกันเยอะมาก ตอนนั้นบ้านเมืองดูอึมครึม ไม่มีสีสัน มีแต่สิ่งก่อสร้างใหญ่ ๆ โต ๆ ทั้งสิ่งก่อสร้างโบราณ ตลอดจนอาคารที่พักอาศัยของคนใน MOSCOW สมัยนั้นประชากรดูขาดแคลนทุกสิ่งทุกอย่าง คงเป็นเพราะสังคมนิยมทำให้ผู้ปกครองมีชีวิตความเป็นอยู่ดี แต่คนทั่วไปย่ำแย่ เพราะขยันไปก็ไม่มีประโยชน์ ไปรัสเซียคราวนี้ ผมไป 2 เมือง คือ MOSCOW และ ST. PETERSBURG มีความเปลี่ยนแปลงจากเดิมเยอะมาก รวมถึงความแตกต่างระหว่าง 2 เมือง ที่ MOSCOW เมืองหลวงของรัสเซีย ผู้คนจะดูเร่งรีบ หน้าตาเรียบเฉย ดูจริงจัง ไม่ยิ้มแย้ม น้องจอยนักเรียนไทยที่อยู่ที่นี่มา 13 ปี และกำลังทำปริญญาเอกอยู่ บอกว่าเป็นลักษณะปกติของคนรัสเซียที่จะไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ถ้าใครก้มหัวแสดงว่าดูถูกตัวเอง ผู้หญิงก็จะเดินตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง ก้าวยาว ๆ แต่งตัวดี คนที่นี่ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ โดยไม่มีเหตุผล หากใครทำอย่างนั้น คนรัสเซียว่าไม่โง่ก็บ้า ถ้าได้มีการแนะนำให้ใครรู้จักเรา ให้เรายื่นมือออกไปก่อน แสดงถึงความจริงใจ ถ้าคนรัสเซียยื่น VODKA ให้เราดื่ม หมายถึงมิตรภาพ หากไม่รับแสดงถึงการปฏิเสธ ใครมีเพื่อนรัสเซียคงต้องคอแข็งกันหน่อยละครับ

บรรยากาศการเดินเล่นของคนใน ST. PETERSBURG

 

วัยรุ่นรัสเซียสนใจ MC ของอเมริกา

ปัจจุบันรัสเซียมีการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 7 เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น การขยายตัวการบริโภคภายในประเทศ และความมั่นคงทางการเมือง ปี 2007 รัสเซียมี GDP ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้น ค่าครองชีพในรัสเซีย ตอนนี้ไม่ธรรมดานะครับ สูงทีเดียว ความที่รัสเซียมีแหล่งก๊าซธรรมชาติทีใหญ่ที่สุดในโลก แหล่งถ่านหินเป็นอันดับ 2 และน้ำมันที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก อันนี้น่าคิดนะครับ พลังงานที่เป็นความต้องการของโลกทั้งสิ้น ต่อไปนี้โลกต้องจับตาดูรัสเซียอย่างไม่กระพริบตาเชียวแหละ ถ้าถามเด็ก ๆ รัสเซียว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เมื่อก่อนตอบว่าอยากเป็นนักบินอวกาศ แต่วันนี้ผู้ชายอยากเป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน ผู้หญิงอยากเป็นนักเทนนิส

 

โต๊ะเจรจาการค้ากับสภาหอการค้า MOSCOW

ใน MOSCOW ตอนนี้รถติดมากพอควร รถยุโรปดี ๆ แพง ๆ วิ่งกันเกลื่อนถนน การมาเที่ยวที่นี่ ความปลอดภัยได้ตอนกลางวัน กลางคืนถ้าอยู่ในแหล่งชุมชนก็พอได้ แต่ไม่ค่อยมีคนแนะนำ เนื่องจากมีมิจฉาชีพแก๊งค์ SKIN HEAD ที่ชอบทำร้ายชาวต่างชาติ อีกทั้ง TAXI ก็หายากและไม่มีมิเตอร์ ที่นี่ ใครอยากเป็น TAXI ก็ได้ เมื่อมีคนโบกก็รับได้เลย ราคาตกลงกันเอง ยากอยู่นาสำหรับนักท่องเที่ยว ภาษาก็ไม่รู้เรื่อง TAXI ที่เป็นทางการมีน้อย คนส่วนใหญ่เดินทางโดยรถไฟใต้ดิน ที่มีสถานีสวยงามอลังการในด้านการตกแต่งอยู่หลายสถานี โดยสายแรกเปิดใช้เมื่อปี ค.ศ. 1935 เมื่อ 70 กว่าปีที่แล้ว ปัจจุบันมีถึง 180 สถานี และยังคงมีการก่อสร้างเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา แต่รถไฟดูเก่าและกระโชกไปหน่อยตามสไตล์คนรัสเซีย

 

CATHEDRAL OF THE RESURRECTION

ภาพวาดวิหารเซนต์บาซิลที่จตุรัสแดง

 

ส่วนเมือง ST. PETERSBURG ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของรัสเซีย บินจาก MOSCOW 1 ชั่วโมง หรือ นั่งรถไฟ 1 คืน เป็นเมืองที่มีความเป็นยุโรปอย่างมาก อยู่ใกล้ HELSINKI ของ FINLAND โดยทางรถเพียงแค่ 3 ชั่วโมง เมือง  ST. PETERSBURG มีพระเจ้าปีเตอร์ ทรงมาสร้างไว้เพื่อให้รัสเซียมีทางออกทางทะเลฝั่งยุโรป  โดยรบเอาแผ่นดินจากสวีเดน รายได้หลักของเมืองนี้ คือ จากการท่องเที่ยว ในหนังสือ “WINDOWS ON THE WORLD” นิยามเมืองนี้ว่า  “ST. PETERSBURG คือ เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของรัสเซีย โอ่อ่าภูมิฐานบนฝั่งทิศเหนือของทะเลบอลติก ประดับประดาด้วยเกาะแก่ง สะพาน และ พระราชวังคลาสสิกยุคศตวรรษที่ 18” คนที่นี่ดูเป็นมิตรกว่าที่ MOSCOW มาก ผู้คนนิยมเดินกันตามท้องถนน มีสิ่งต่าง ๆ สำคัญ ๆ ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมให้ดูมาก หากใครมีโอกาสก็น่าไปสัมผัส 2 เมือง สำคัญ ๆ ของรัสเซียนะครับ ตอนนี้สะดวกทั้งทางเครื่องบินมีบินตรงของการบินไทย และ ยังมีข้อตกลงระหว่างรัฐบาลว่าไม่ต้องมี VISA สามารถอยู่ได้ 30 วันยิ่งน่าสนใจ ส่วนใครสนใจลู่ทางการค้าขายลงทุนในรัสเซีย ก็มีช่องทางเยอะนะครับ แต่ที่สำคัญต้องหา CONNECTION หรือผ่านทางสถานทูต ก็ดูกันนะครับว่าความยิ่งใหญ่ของรัสเซียที่เคยมีจะกลับมาเมื่อไหร่ ถ้าถามผมไม่นานจากนี้แน่นอน

 

โตสิต วิสาลเสสถ์

 
 

 

 

 



Copy Right © 2007 Kinduem Tosit Co., Ltd.