ที่ดูไบอากาศร้อนมากเพราะเป็นเมืองทะเลทรายแต่ทุกคนก็อยู่กันได้เพราะต่างวิ่งเข้าหาห้องแอร์กันหมด ทั้งในรถยนตร์หรูหรา ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร อาคารสำนักงาน เมืองดูไบ ถ้าให้คนสมัยก่อนกลับชาติมาเกิด คงคิดว่าฝันไป เป็นเมืองในฝันจริงๆ ทุกอย่างเนรมิตขึ้นหมด ว่ากันว่าเครนก่อสร้างใหญ่ๆ ในโลกส่วนใหญ่อยู่ที่ดูไบจริงครับ เห็นไอ้แขนเดียวเต็มเมืองไปหมด เท่าที่ผมเห็นก็ที่ปักกิ่งอีกที่ละครับ เป็นเพราะว่าเมืองเหล่านี้เป็นเมืองที่เจ้าของพื้นที่เป็นของเจ้าผู้ครองนคร หรือของรัฐ จึงสามารถที่จะวางผังเมือง ตรงไหนก็ได้ หรือเวนคืนที่ได้ง่าย

โครงการ Jumeirah เป็นทั้ง Mall และโรงแรม ข้างหลังโรงแรมเบิร์จอัลอาหรับ 8 ดาว
UAE เป็นประเทศที่ร่ำรวยด้วยทรัพยากรพลังงาน มีอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจสูงที่สุดในภูมิภาค มีน้ำมันดิบสำรองประมาณร้อยละ 10 ของโลก มีก๊าซธรรมชาติสำรองเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากรัสเซีย อิหร่าน และกาตาร์ ที่ตั้งประเทศอยู่ระหว่างภูมิภาค เอเชีย ยุโรปและอาฟริกา เป็นสมรภูมิดีเลิศของดูไบและ UAE เลยล่ะครับ เฉพาะการเป็นศูนย์กลางการค้า ของตะวันออกกลาง ในการขนส่งสินค้าไปยังทั้งในและนอกภูมิภาค โดยมีท่าเรือทุกรัฐ ดูไบและอาบูดาบี มีอย่างละ 2 ท่า รองรับสินค้าไม่รวมน้ำมันดิบ ก็ 30 ล้านตันต่อปี แค่นี้ก็มหาศาลแล้วล่ะครับ

โครงการใหญ่ๆเกิดขึ้นมากมาย
ความเจริญก้าวหน้าของUAE โดยเฉพาะดูไบเกิดจาก 2 ส่วน ตามความคิดของผมคือ 1. จากสิ่งที่ได้โดยธรรมชาติ เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และความได้เปรียบของที่ตั้งประเทศ คือที่กล่าวมานี่ก็กินใช้ชั่วลูกชั่วหลานหลายชั่วอายุคนล่ะครับ ส่วนที่ 2 คือเรื่องของความยั่งยืน โดยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารประเทศล้วนๆ ที่จะทำยังไงให้ประเทศสามารถพัฒนาและอยู่ได้ มีทรัพยากรที่มีค่าสูงสุด คือมนุษย์ และไม่มีวันหมดไป มาอยู่ในประเทศทำให้ประเทศตนเจริญก้าวหน้า มีเศรษฐกิจหมุนเวียนดี ไปดูไบล่าสุดผมได้เจอคนอังกฤษที่มาชวนไปดูบ้านเมือง ดูความเจริญเติบโตทั้งดูไบ และอาบูดาบี ทำให้เข้าใจมุมมองของผู้บริหารประเทศ ในนโยบายดังกล่าว ที่ดูไบต้อนรับทุกคนที่เข้ามาทำงาน ทุกๆระดับชั้นทั้งระดับมันสมองอย่างฝรั่ง ทั้งระดับจัดการอย่างคนอาหรับ อียิปต์ ไทย ทั้งระดับคนทำงานอย่าง อินเดีย, ปากีสถาน ทุกคนอยู่ได้ ทำงานได้ ไม่มีการเสียทั้งภาษีบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีกำไร สามารถนำเงินเข้าออกประเทศได้โดยเสรี นี่แหละครับคนทั้งหลายจึงแห่เข้าไปในดูไบ ทั้งไปทำงาน และลงทุน พวกฝรั่งสมองไหลไปเต็มเลยครับ เพราะคนพวกนี้เสียภาษีเงินได้ให้กับรัฐตัวเองสูงมาก อย่างอังกฤษโดนตั้ง 40% ไม่ไหวหรอกครับ ไปเป็นลูกจ้างคนอาหรับดีกว่า เงินก็ดีกว่า ภาษีก็ไม่เสีย ซื้อรถ ซื้อคอนโด ใช้จ่ายกันฟุ่มเฟือยเงินทองก็ไม่รั่วไหลหรอกครับ ที่ดินก็ของเจ้าผู้ครองนครและญาติๆ คอนโดก็ใช่ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ ก็ใช่ ทะเลทรายทั้งนั้นเป็นทองคำได้เพราะสมองแท้ๆ และคนเหล่านี้ไม่ไปไหนหรอกครับ ปักหลักกันเลย ไม่มีเกษียณด้วย อาชีพนายหน้าเยอะมาก คนที่เป็นคนชั้นสูงส่วนใหญ่คือเจ้าผู้ครองนครหรือเครือญาติจะเป็นผู้ลงทุนหรือเรียกกันว่า sponsor บางทีก็ตั้งเป็นกองทุนต่างๆ หุ้นกันไปมาข้ามประเทศก็แล้วก็หา project ทำกัน โดยอาจจะให้คนเสนอมาหรือหาคนเป็นมือปืนไปทำงานให้ คนชั้นสูงเหล่านี้ไม่ลงมือทำเองหรอกครับ วันๆ ก็ประชุมบอร์ดโน้น บอร์ดนี้ ดูตลาดหุ้นพบปะสังสรรค์กันในกลุ่ม ผู้หญิงก็ไปช๊อปปิ้ง เสริมสวย ตั้งวงคุยกัน เรื่องความสวยงาม เรื่องจะใช้เงินยังไง ฝรั่งกับคนชาติอื่นๆ ก็ทำงาน เอาสมองและความสามารถ แลกไป ก็ win win กันทั้งคู่ นี่คือมุมมองของดูไบที่ผมเห็นมาครับ
|